วิธีเลือกเฟ้นช่างภาพ

 

ในวันที่เป็นวันพิเศษของเรา สิ่งที่เราจะสามารถรักษาความทรงจำในเวลานั้นได้ดีที่สุดคงจะเป็นภาพถ่าย ที่เราสามารถเอาออกมาดูได้ทุกวัน ข้อสำคัญคือเราก็อยากจะมีความทรงจำที่ดี คือการมีรูปถ่ายที่ออกมาต้องตาต้องใจ ในเรื่องของราคาค่าให้บริการ อาจปฏิเสธไม่ได้เลยครับว่าเรื่องนี้อาจจะเป็นประเด็นหลักในการคัดเลือกช่างภาพเลยก็ได้ ส่วนราคาค่าให้บริการถ่ายรูปงานรับปริญญาก็มีเรทมูลค่าที่ต่างกันไป อาจจะเริ่มตั้งแต่ 1,000  บาทสำหรับช่างภาพไม่ชำนาญ ไปจนมูลค่า 10,000 บาทกันเลยทีเดียว เรทราคาก็ตามชิ้นงานของช่างภาพคนนั้นๆ เราสามารถดูได้จากชิ้นงานของช่างภาพว่ามีความเหมาะสมกับเรทราคาหรือไม่ ถ้าประทับใจผลงานจริงๆ แต่ว่าราคาค่อนค่าสูงแต่ครั้งกล่าวถึงคุณค่าของงานแล้วตรงตามที่ใจเราเรียกร้องก็อาจจะต้องยอมให้จ่ายเพื่อให้ได้คุณภาพที่สมราคามาเก็บไว้ในความทรงจำของเราอยู่ตลอดไป เพราะงานในความทรงจำของเรามีแค่ไม่กี่ครั้งหรอกครับ ผ่านแล้วมันผ่านไปเลย ภาพถ่ายนั้นก็จะอยู่กับเราไปตลอดชีพ จะกลับไปแก้ไขปัญหาก็คงจะไม่ได้

 

 

ในช่วงที่ช่างภาพคิวแน่นๆกัน ช่างภาพบางท่านคงต้องจองคิวล่วงหน้ากันครึ่งปีกันเลยเชียว ด้วยเหตุนั้นถ้าเรารู้เป้าหมายแน่ๆแล้วว่าวันของเราอยู่ในช่วงที่ช่างภาพคิวแน่นกัน ก็จำต้องเตรียมหาช่างภาพแต่เนิ่นๆ เราจะได้มีเวลาเลือกสรรช่างภาพที่เราเข้าตางานของเขา ส่วนเรื่องเงื่อนไขอื่นๆ ก็จะมีรายละเอียดต่างๆกันไป อาทิ ขณะที่ถ่ายภาพ , ขณะที่จะส่งภาพให้หลังถ่ายสำเร็จ หรือมีค่าบวกอย่างไรเพิ่มหรือป่าวถ้าไปถ่ายชานเมือง เช่น ค่าเดินทาง ค่าแหล่งพัก ฯลฯ

การเลือกใช้ผ้าม่านจากวัสดุต่างๆ

การเลือกใช้วัสดุทำผ้าม่าน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อกันแสง กันแดด หรือด้วยเหตุผลอื่นใด เพื่อให้เข้าใจ ว่ามีม่านอะไรบ้าง และมีคุณสมบัติอย่างไร ทำมาจากวัสดุชนิดไหน เพื่อให้เข้ากับสถานที่หรือตรงกับความต้องการในการใช้งาน มาทำความเข้าใจกับม่านแต่ละชนิดที่นิยมใช้กันอยู่ทั่วไป ว่าแต่ละชนิดมีข้อดี จุดเด่น อย่างไร

1.ม่านที่ทำจากวัสดุที่เป็นผ้า ที่เรียกว่าผ้าม่าน ด้วยความที่เป็นผ้า ก็จะให้ความรู้สึกที่ อ่อนนุ่ม นุ่มนวล อบอุ่น อ่อนโยน  ซึ่งก็เหมาะสำหรับการนำมาใช้กับบ้านหรือที่พักอาศัย ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องรับแขก ห้องรับรอง หรือห้องอื่น และผ้าม่านเองก็มีหลายรูปแบบ เช่นผ้าม่านจีบ ผ้าม่านหลุยส์ ม่านพับ ม่านกล่อง ม่านกระเช้า ม่านยก ม่านตาไก่ หรือม่านอื่นๆ ผ้าม่านแต่ละแบบก็จะให้อารมณ์ ความรู้สึกแตกต่างกันไป  ผ้าม่านหลุยส์ให้ความรู้สึกที่ หรูหรา สวยงาม ภูมิฐาน มีระดับ  เหมาะกับบ้านหลังใหญ่ โอ่โถง มีการตกแต่งบ้านโดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์บิวอินที่เน้นรูปแบบลวดลายอย่างชัดเจน ผ้าม่านจีบก็จะให้ความเป็นระเบียบ เรียบง่าย เหมาะกับบ้านทั่วไป หรืออาคาร ต่างๆ ที่ต้องการความเป็นระเบียบ เน้นการใช้งานเรื่องการกันแดด กันแสง และไม่เน้นความหรูหราสวยงาม ส่วนม่านพับก็จะให้ความรู้สึก เรียบ สบายๆ ในสไตล์โมเดิร์น เหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการหนีความจำเจเพื่อให้ได้ความแตกต่าง และม่านกระเช้าให้ความรู้สึก สงบเรียบง่าย สไตล์คลาสสิค เป็นต้น

2.ม่านที่ทำจากวัสดุสังเคราะห์  เช่น ผ้าเคลือบสาร ไฟเบอร์ โพลีเอสเตอร์ สามารถกันแดดแต่ปล่อยแสงผ่านได้ เพราะใบม่านมีความโปร่งแสง  มีทั้งม่านม้วน,ม่านพาแนลแทรค ม่านปรับแสง  ส่วนม่านปรับแสงมีข้อดีคือ สามารถปรับแสงได้โดยม่านปรับแสงที่ทำจากวัสดุทึบแสงที่แสงไม่สามารถผ่านได้ เมื่อบางเวลาที่ไม่ต้องการแสงหรือต้องการแสงมากหรือแสงน้อยก็สามรถปรับองศาของใบม่าน กำหนดให้แสงผ่านได้ตามความต้องการ ในบางชนิดสามารถมองผ่านใด้ เช่น ม่านปรับแสงซันสกรีน(sunsgreen) โดยตัวม่านทำหน้าที่กรองแสงมีค่าให้แสงผ่านได้แค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ และสามรถกันความร้อนและแสง(UV) ได้มากเกือบ 100%   วัสดุของม่านปรัปแสงบางอย่างปล่อยให้แสงผ่านเข้ามามากถึง80-90% แต่ไม่ยอมให้แดดผ่านเข้าไปได้ ซึ่งมีผลดีต่อออฟฟิต สำนักงาน ที่สามารถช่วยประหยัดค่าไฟโดยไม่ต้องเปิดไฟทุกดวงในเวลา

การดูแลรักษาผ้ากันเปื้อน

ผ้ากันเปื้อน เป็นผ้าที่มีลักษณะการใช้งานอยู่บนพื้นฐานเรื่องความสะอาด ความปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ ดังนั้นในการเลือกใช้งานผ้ากันเปื้อนนั้นผู้ที่จะต้องใช้งานก็มีความจำเป็นที่จะต้องเลือกให้มีความเหมาะสมกับลักษณะของการใช้งานด้วย เช่นผ้ากันเปื้อนแบบพีวีซีจะเหมาะสำหรับผู้ที่มีลักษณะการใช้งานเกี่ยวกับอาหารทะเล  ฟาร์มปศุสัตว์  หรือโรงงานผลิตอาหาร อาหารสัตว์ หรือหากต้องการเลือกซื้อผ้ากันเปื้อนที่เหมาะกับการใช้งานในโรงแรม ก็ควรเลือกผ้ากันเปื้อนที่ทำจากผ้าคอมทวิล  ผ้าเสิร์ท    ส่วนหากต้องการผ้ากันเปื้อนที่ใช้สำหรับในครัวเรือนก็ควรเลือกผ้ากันเปื้อนที่ทำจากผ้าคอทตอน  ผ้าโทเร  ผ้าโซลอนเป็นต้น

และไม่เพียงแต่การเลือกเนื้อผ้า หรือชนิดประเภทของเนื้อผ้าให้ตรงกับลักษณะในการใช้งานเท่านั้น แต่การดูแลทำความสะอาดผ้ากันเปื้อนให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอก็เป็นเรื่องที่ผู้ใช้งานผ้ากันเปื้อนเป็นประจำไม่ควรมองข้าม ซึ่งในวันนี้บทความของเราจะขอนำเสนอแนวทางในการทำความสะอาดผ้ากันเปื้อนดังต่อไปนี้

 

  • หลังการใช้งานทุกครั้งควรซักผ้ากันเปื้อนด้วยน้ำยาทำความสะอาดคราบ
  • หากมีคราบฝังแน่นให้แช่ผ้าทิ้งไว้พร้อมน้ำยาทำความสะอาด
  • หลังการซักทำความสะอาด ให้นำไปตากแดดให้แห้งก่อนนำมาใช้งานทุกครั้ง
  • ถ้าเป็นไปได้หลังการตากแดดควรมีการอบฆ่าเชื้อโรคอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
  • ไม่ควรนำผ้ากันเปื้อนไปซักรวมกันกับเสื้อผ้าชนิดอื่น เพราะอาจมีเชื้อโรคหรือสิ่งปนเปื้อนติดมากับผ้ากันเปื้อนได้